บันทึกภาคสนาม: การจัดเก็บข้อมูลจดหมายเหตุ สล่าขันแก้ว มาแดง ช่างทำกลองหลวงล้านนา ณ ชุมชนบ้านหนองเกิด
โครงการจดหมายเหตุชุมชนดนตรีล้านนา ได้ลงพื้นที่ปฏิบัติงานภาคสนาม ณ บ้านมงคลชัย หรือบ้านหนองเกิด หมู่ 10 ตำบลท่าตุ้ม อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน เพื่อดำเนินการสำรวจและจัดเก็บข้อมูลประวัติศาสตร์บอกเล่า ตลอดจนหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับ “สล่าขันแก้ว มาแดง” (พ.ศ. 2463 – 23 สิงหาคม 2556) สล่าทำกลองหลวงล้านนาคนสำคัญ
สล่าขันแก้วถือเป็นช่างฝีมือดีผู้ซึ่งได้รับการถ่ายทอดการทำกลอง และเป็นสหายของ พระครูเวฬุวันพิทักษ์ (มหาเขื่อนคำ อตฺตสนฺโต ป.ธ.4) อดีตเจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาทตากผ้า (รูปที่ 2) และอดีตเจ้าคณะอำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน
ในการปฏิบัติงานครั้งนี้ โครงการฯ ได้รับความอนุเคราะห์สถานที่จาก คุณเทียนกิ่ง ประถมกรึก (ทายาทและหลานสาวของสล่าขันแก้ว) โดยได้เปิดบ้านให้คณะทำงานเข้าไปดำเนินการสำรวจและสแกนภาพถ่ายเก่าแก่เพื่อจัดทำเป็นแฟ้มข้อมูลดิจิทัล (Digital Archiving) ซึ่งทางโครงการฯ ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการอย่างเป็นทางการจากทางทายาท

ภายหลังจากการแปลงข้อมูลทางกายภาพสู่รูปแบบดิจิทัล (Digitization) เสร็จสิ้น โครงการฯ ได้ดำเนินการส่งมอบไฟล์ดิจิทัลความละเอียดสูงให้แก่ทางครอบครัว พร้อมทั้ง ส่งมอบภาพถ่ายต้นฉบับจริงทั้งหมดคืนสู่ทายาทโดยสมบูรณ์
แนวทางปฏิบัติเช่นนี้ถือเป็นจุดยืนทางวิชาการที่สำคัญของโครงการฯ ภายใต้แนวคิดมานุษยดนตรีวิทยาสาธารณะ (Public Ethnomusicology) ที่มุ่งเน้นการกระจายอำนาจในการจัดการวัฒนธรรม โครงการฯ จะไม่มีการเก็บรวบรวมหรือนำวัตถุทางวัฒนธรรมต้นฉบับออกจากพื้นที่ชุมชน เว้นแต่จะได้รับบริจาค โดยหลักแล้วจะมุ่งเน้นการจัดเก็บเพียงสำเนาดิจิทัลเพื่อเป็นฐานข้อมูลสาธารณะสำหรับการศึกษาวิจัยเท่านั้น ทั้งนี้ เพื่อให้เอกสารและภาพถ่ายต้นฉบับยังคงทำหน้าที่เป็นหลักฐานแห่งความทรงจำ และเป็นความภาคภูมิใจที่ดำรงอยู่คู่กับครอบครัวและชุมชนบ้านมงคลชัย (บ้านหนองเกิด) สืบไป
ทางโครงการฯ ขอขอบพระคุณ คุณเทียนกิ่ง ประถมกรึก และครอบครัว ที่อนุเคราะห์ทั้งข้อมูลและสถานที่ในการปฏิบัติงาน อันเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการศึกษาประวัติศาสตร์และภูมิปัญญาดนตรีล้านนามา ณ โอกาสนี้
เกี่ยวกับโครงการจดหมายเหตุชุมชนดนตรีล้านนา (Lanna Music Community Archive)
“โครงการจดหมายเหตุชุมชนดนตรีล้านนา” เกิดขึ้นจากความมุ่งมั่นที่จะรวบรวม อนุรักษ์ และคืนองค์ความรู้ตลอดจนหลักฐานทางประวัติศาสตร์ดนตรีล้านนาสู่สาธารณะ ผ่านการจัดทำฐานข้อมูลในรูปแบบจดหมายเหตุดิจิทัล โดยยึดหลักการสำคัญที่ต้องการให้ชุมชนเป็นเจ้าของและมีส่วนร่วมในการจัดการมรดกทางวัฒนธรรมของตนเองอย่างแท้จริง ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวขับเคลื่อนและดำเนินการลงพื้นที่ด้วยงบประมาณส่วนตัวทั้งหมด เพื่อมุ่งหวังที่จะผลักดันแนวคิดมานุษยดนตรีวิทยาสาธารณะให้เกิดเป็นรูปธรรม และสร้างประโยชน์ต่อการศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของสังคมต่อไป







































