GPD076 วงปี่จุมสี่คณะอำนวยโชว์

เสียงของปี่จุมนั้นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของภาคเหนือของประเทศไทยในดินแดนแห่งล้านนา ปี่ชนิดนี้ใช้ลิ้นอิสระ (Free reed) ประกอบเข้ากับลำไผ่ มีรู 6 รูเจาะเว้นระยะห่างเท่าๆ กัน ผู้เล่นจะอมปลายด้านที่มีลิ้นปี่เข้าไปในปากทั้งหมด จากนั้นจะใช้เทคนิคการหายใจแบบหมุนเวียน หรือที่ดนตรีไทยเรียกว่า “การระบายลม” (พ่นลมออกจากปากในขณะที่สูดลมหายใจใหม่เข้าทางจมูก) เพื่อให้เกิดกระแสเสียงที่ต่อเนื่องโดยไม่มีการหยุดพักหายใจ

วงดนตรีที่ประกอบด้วยเครื่องดนตรี 4 ชิ้นนี้ครอบคลุมช่วงเสียงถึง 2 ออกเตฟ (Octave) ช่วงเสียงของปี่แต่ละเลาจะทับซ้อนกับปี่ที่มีขนาดใหญ่กว่าในลำดับถัดไปประมาณคู่สี่หรือคู่ห้า (Fourth or Fifth) ปี่เลาที่ 1 และ 2 (ปี่เล็กและปี่ก้อย) จะมีระดับเสียงสูงกว่าปี่เลาที่ 3 และ 4 (ปี่ก๋างและปี่แม่) อยู่หนึ่งออกเตฟ พื้นผิวของเสียง (Texture) ที่ได้ออกมาจะมีความหนาแน่นราวกับการทอเสื่อที่สอดประสานกันแน่น หรือคล้ายกับเสียงของฝูงผึ้งที่บินวนเวียนอยู่ เรามักจะไม่ค่อยได้ยินการบรรเลงวงปี่เพียงอย่างเดียวโดยไม่มีช่างซอ (ผู้ขับร้อง) ร่วมด้วย

The sound of the Pi Joom is unique to northern Thailand, the land of Lanna. The Pi is a free reed set into a bamboo stalk. It has six holes spaced equi-distantly. The player thrusts the reed end completely into the mouth and then practices circular breathing (expelling mouth air as a new breath enters through the nose) for a continuous flow of sound without breathing breaks. The quartet of instruments covers a range of two octaves. The range of each Pi overlaps the next size up by a fourth or fifth. Pi 1 and 2 (Lek and Goi) are an octave above Pi 3 and 4 (Gang and Mae). The resulting texture is that of a tight mat or a cloud of hovering bees. They are rarely heard alone without the saw singers.

album-art
Gerald P. Dyck's Collection
00:00

ผู้จัดทำข้อมูล

ผู้ช่วยศาสตราจารย์สงกรานต์ สมจันทร์

หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาดนตรีศึกษา
ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านดนตรีและนาฏศิลป์ล้านนา
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *