GPD078 บทเพลงของชาวม้งดอยปุย

เสียงของปี่จุมนั้นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของภาคเหนือของประเทศไทยในดินแดนแห่งล้านนา ปี่ชนิดนี้ใช้ลิ้นอิสระ (Free reed) ประกอบเข้ากับลำไผ่ มีรู 6 รูเจาะเว้นระยะห่างเท่าๆ กัน ผู้เล่นจะอมปลายด้านที่มีลิ้นปี่เข้าไปในปากทั้งหมด จากนั้นจะใช้เทคนิคการหายใจแบบหมุนเวียน หรือที่ดนตรีไทยเรียกว่า “การระบายลม” (พ่นลมออกจากปากในขณะที่สูดลมหายใจใหม่เข้าทางจมูก) เพื่อให้เกิดกระแสเสียงที่ต่อเนื่องโดยไม่มีการหยุดพักหายใจ

วงดนตรีที่ประกอบด้วยเครื่องดนตรี 4 ชิ้นนี้ครอบคลุมช่วงเสียงถึง 2 ออกเตฟ (Octave) ช่วงเสียงของปี่แต่ละเลาจะทับซ้อนกับปี่ที่มีขนาดใหญ่กว่าในลำดับถัดไปประมาณคู่สี่หรือคู่ห้า (Fourth or Fifth) ปี่เลาที่ 1 และ 2 (ปี่เล็กและปี่ก้อย) จะมีระดับเสียงสูงกว่าปี่เลาที่ 3 และ 4 (ปี่ก๋างและปี่แม่) อยู่หนึ่งออกเตฟ พื้นผิวของเสียง (Texture) ที่ได้ออกมาจะมีความหนาแน่นราวกับการทอเสื่อที่สอดประสานกันแน่น หรือคล้ายกับเสียงของฝูงผึ้งที่บินวนเวียนอยู่ เรามักจะไม่ค่อยได้ยินการบรรเลงวงปี่เพียงอย่างเดียวโดยไม่มีช่างซอ (ผู้ขับร้อง) ร่วมด้วย

This tape was made in the company of one of my students, Nai Song นายทรง who accompanied me up Doi Sutep mountain to the village of Doi Pui. There are missionary rest cabins nearby, in one of which we set up a recorder and invited four girls to perform music for us. The singing style is unique with its four chanting tones (so la do re) then an upward swoop to a cadence at the end of sections (la so).

The jaws harp is made of copper and is protected in a wooden sheath. The players form words as they play, imitating the vocal style. These played words are understandable by the listeners. Mao was the most fluent in the Lanna language and was able to speak for the group.

album-art
Gerald P. Dyck's Collection
00:00

ผู้จัดทำข้อมูล

ผู้ช่วยศาสตราจารย์สงกรานต์ สมจันทร์

หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาดนตรีศึกษา
ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านดนตรีและนาฏศิลป์ล้านนา
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *